ศ า ล แ ร ง ง า น ก ล า ง
ศ า ล แ ร ง ง า น ก ล า ง
กฎหมายน่ารู้
 

พระราชบัญญัติ
    พรบ.จัดตั้งศาลแรงงาน
       1. หน้าที่ศาลแรงงานกลาง
       2. ผู้พิพากษาในศาลแรงงานกลาง
       3. วิธีพิจารณาคดีแรงงาน
       4. อุทธรณ์
       5. วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา
         และการบังคับตามคำพิพากษา
         หรือคำสั่ง

       6. บทเฉพาะกาล
    พรบ.จัดตั้งศาลแรงงาน (ฉบับที่ 2)
พระราชกฤษฎีกา
ข้อกำหนดการดำเนินการพิจารณา
    การดำเนินกระบวนพิจารณาใน
       ศาลแรงงานกลาง

    การแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการ
       ดำเนินคดี

คำวินิจฉัยที่น่าสนใจ
คำพิพากษาฎีกาน่ารู้

 
 
*ข้อกำหนดศาลแรงงาน
ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน


อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ และโดยได้รับอนุมัติจากประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางออกข้อกำหนดสำหรับใช้บังคับในศาลแรงงานทุกศาลไว้ดังต่อไปนี้

การยื่นฟ้อง
ข้อ ๑   ในกรณีที่โจทก์ยื่นคำฟ้องหรือคำร้องเป็นหนังสือ จะใช้แบบพิมพ์ของกระทรวงยุติธรรม หรือจะใช้แบบพิมพ์ รง.๑ หรือ รง.๒ ท้ายข้อกำหนดนี้ก็ได้
** ข้อ ๒   ในกรณีที่โจทก์มาแจ้งความจำนงว่าจะแถลงข้อหาด้วยวาจา ให้ผู้พิพากษาแห่งศาลแรงงานที่มีเขตอำนาจออกนั่งฟังคำแถลงด้วยวาจา และสอบถามเพิ่มเติมตามที่จำเป็น แล้วบันทึกไว้ในแบบพิมพ์ รง.๑ หรือ รง.๒
ข้อ ๓   เมื่อผู้พิพากษาแห่งศาลแรงงานได้สั่งรับคำฟ้องหรือคำร้องที่โจทก์นำมายื่นหรือตามที่ได้บันทึกไว้ในแบบพิมพ์ รง.๑ หรือ รง.๒ แล้ว ให้รีบนำเสนออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค เพื่อกำหนดตัวผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบโดยเร็ว
ข้อ ๔   ให้ผู้พิพากษาแห่งศาลจังหวัดรีบส่งคำฟ้องหรือคำร้องที่โจทก์นำมายื่นหรือรายการแห่งคำฟ้อง หรือคำร้องที่บันทึกไว้ไปยังศาลแรงงานกลางหรือศาลแรงงานภาคที่คดีนั้นอยู่ในเขตอำนาจโดยเร็ว หากศาลแรงงานกลางหรือศาลแรงงานภาคเห็นสมควรสั่งรับไว้พิจารณาก็ให้สั่งรับ แล้วรีบนำเสนออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคเพื่อกำหนดตัวผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมบทโดยเร็ว

---------------------------------------------------
* ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๕๒ หน้า ๒๒ (ฉบับพิเศษ) วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๓
** ข้อ ๒ แก้ไขโดยข้อ ๑ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๓ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗ ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง หน้า ๙ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๓)

กลับด้านบน | หน้าถัดไป


กำหนดวันเวลาในการพิจารณา
ข้อ ๕   เมื่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค ได้กำหนดตัวผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบแล้ว ให้ผู้พิพากษากำหนดวันเวลาในการพิจารณาคดีนั้นโดยเร็ว แล้วแจ้งให้โจทก์ทราบและสั่งให้มาศาลโดยใช้แบบพิมพ์ รง.๓ ท้ายข้อกำหนดนี้ กับให้ออกหมายเรียกจำเลยให้มาศาลตามกำหนดดังกล่าวโดยใช้แบบพิมพ์ รง.๔ ท้ายข้อกำหนดนี้
ในกรณีที่โจทก์ยังอยู่ที่ศาลหรือมาศาล ศาลจะสั่งให้โจทก์ลงชื่อรับทราบกำหนดนัดแทนก็ได้
การกำหนดวันตามวรรคหนึ่ง ไม่ควรให้เกิน ๗ วันนับแต่วันสั่งรับคดีไว้พิจารณา เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจกำหนดให้เร็วกว่านั้นได้
ข้อ ๖   ในกรณีที่ศาลแรงงานจะต้องออกไปนั่งพิจารณาพิพากษา ณ ศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่มีมูลคดีเกิดขึ้น ให้รีบแจ้งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนั้น ๆ ทราบ กับขอความร่วมมือในการส่งคำสั่งถึงโจทก์และหมายเรียกจำเลยด้วย
* การกระทำหรือออกคำสั่งใด ๆ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๘ ผู้พิพากษาของศาลแรงงานกลางอาจกระทำหรือออกคำสั่ง ณ ศาลใด ๆ ที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็ได้ แล้วแจ้งไปยังศาลแห่งท้องที่ที่มูลคดีเกิดหรือศาลที่จะมีการนั่งพิจารณาคดีนั้นเพื่อให้คู่ความทราบ
** ข้อ ๗   ให้จ่าศาลเป็นผู้ออกหนังสือเชิญผู้พิพากษาสมทบมานั่งพิจารณาคดี ในกรณีรีบด่วนจะติดต่อเชิญทางโทรศัพท์หรือทางโทรสารหรือโดยวิธีอื่นทำนองเดียวกันก็ได้
หากผู้พิพากษาสมทบคนใดที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค กำหนดตัวให้มานั่งพิจารณาคดีมีความจำเป็นจะมาศาลไม่ได้ ให้จ่าศาลติดต่อเชิญผู้พิพากษาสมทบซึ่งได้กำหนดสำรองไว้สำหรับคดีนั้น ถ้าไม่มีการกำหนดผู้พิพากษาสมทบสำรองไว้ ก็ให้รีบรายงานอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง หรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคเพื่อกำหนดตัวผู้พิพากษาสมทบคนอื่นแทน

การยื่นคำให้การ
ข้อ ๘   ในกรณีที่จำเลยประสงค์จะยื่นคำให้การเป็นหนังสือ ให้ใช้แบบพิมพ์คำให้การของกระทรวงยุติธรรม

---------------------------------------------------
* ข้อ ๖ วรรคสอง เพิ่มเติมโดยข้อ ๒ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗ ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง หน้า ๙ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๓)
** ข้อ ๗ แก้ไขโดยข้อ ๓ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗ ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง หน้า ๙ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๓)

กลับด้านบน | หน้าถัดไป



* การปฏิบัติหน้าที่ของนิติกรศาลแรงงานกลาง
ข้อ ๘/๑   อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคอาจมอบหมายให้นิติกรศาลแรงงานกลาง ปฏิบัติหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คู่ความก่อนผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาโดยให้มีอำนาจหน้าที่ตามระเบียบที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง หรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคกำหนด
ข้อ ๘/๒   ในวันนัดพิจารณาที่ศาลกำหนด ผู้พิพากษาอาจสั่งให้คู่ความไปพบนิติกรศาลแรงงานก่อนเพื่อจัดให้เจรจาตกลงกัน
ในกรณีที่คู่ความตกลงกันได้ ให้นิติกรศาลแรงงานช่วยเหลือคู่ความในการจัดทำคำร้องขอถอนฟ้องหรือสัญญาประนีประนอมยอมความ แล้วรีบนำเสนอศาลเพื่อพิจารณาต่อไป
ในกรณีที่คู่ความตกลงกันไม่ได้ ให้นิติกรศาลแรงงานรีบนำคู่ความไปพบศาลเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

การไกล่เกลี่ยให้คู่ความตกลงกัน
** ข้อ ๙   เมื่อศาลแรงงานได้พยายามไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว แต่คู่ความไม่อาจตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันได้ และศาลจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ให้ศาลสอบถามคู่ความอันเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความยกขึ้นเป็นข้ออ้างข้อเถียง และพยานหลักฐานที่ได้เสนอไว้ในบัญชีระบุพยาน คู่ความต้องตอบคำถามดังกล่าวของศาล ถ้าคู่ความไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใดหรือปฏิเสธข้อเท็จจริงใดโดยไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้ง ให้ศาลบันทึกไว้ แต่ถ้าศาลเห็นว่าคู่ความฝ่ายนั้นไม่อยู่ในวิสัยที่จะตอบหรือแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้งในขณะนั้นศาลอาจสั่งให้คู่ความฝ่ายนั้นตอบ หรือแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดก็ได้
ข้อเท็จจริงใดที่คู่ความรับกันก็เป็นอันยุติไปตามนั้น ส่วนข้อเท็จจริงใดที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้าง แต่คู่ความฝ่ายอื่นไม่ยอมรับและเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นข้อพิพาทตามคำคู่ความให้ศาลกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนดให้คู่ความฝ่ายใด นำพยานหลักฐานมาสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้
กระบวนพิจารณาตามข้อนี้ ให้ศาลจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาแล้วอ่านให้คู่ความฟัง และให้ลงลายมือชื่อไว้ หากคู่ความไม่ยอมลงลายมือชื่อ ก็ให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐

---------------------------------------------------
* หัวข้อการปฏิบัติหน้าที่ของนิติกรศาลแรงงาน ข้อ ๘/๑ และข้อ ๘/๒ เพิ่มเติมโดยข้อ ๔ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานกลางว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๓ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗ ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง หน้า ๑๐ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๓)
** ข้อ ๙ แก้ไขโดยข้อ ๕ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๓ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗ ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง หน้า ๑๑ วันที่ ๑๘ ตุลาคม )

กลับด้านบน | หน้าถัดไป



การสืบพยาน
* ข้อ ๑๐   ในกรณีที่ศาลแรงงานสั่งให้มีการสืบพยาน ศาลจะสอบถามคู่ความแต่ละฝ่ายว่าประสงค์จะอ้างสืบพยานใดบ้าง แล้วจดรายชื่อและที่อยู่ของพยานบุคคล สภาพและสถานที่เก็บของพยานเอกสารหรือวัตถุไว้ หรือให้คู่ความฝ่ายนั้นยื่นบัญชีระบุพยานซึ่งแสดงเอกสารหรือสภาพเอกสารที่อ้างอิง รายชื่อที่อยู่บุคคล วัตถุ หรือสถานที่ซึ่งคู่ความนั้นระบุอ้างเป็นพยานหรือขอให้ศาลไปตรวจ หรือขอให้ตั้งผู้เชี่ยวชาญแล้วแต่กรณีต่อศาลในวันนั้นหรือภายในกำหนด ๗ วันก็ได้
คู่ความใดมีความจำนงจะยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมต้องแสดงเหตุอันสมควรว่าตนไม่สามารถทราบว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบ เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด คู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำแถลงขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้นพร้อมกับบัญชีระบุพยานและสำเนาบัญชีระบุพยานต่อศาลได้ก่อนพิพากษาคดี ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้นก็ให้ศาลอนุญาตตามคำแถลง
ในกรณีที่คู่ความอ้างพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานวัตถุ ให้ศาลสอบถามคู่ความแต่ละฝ่ายถึงความสำคัญและความจำเป็นของพยานหลักฐานที่ประสงค์จะสืบ ว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นแห่งคดีหรือไม่เพียงใด หากพยานหลักฐานใดฟุ่มเฟือยเกินสมควร หรือประวิงให้ชักช้าหรือไม่เกี่ยวแก่ประเด็นแห่งคดี ให้ศาลงดสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้น หากพยานหลักฐานใดเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี หรือศาลเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องนำสืบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาก็ให้ศาลสั่งให้คู่ความแต่ละฝ่ายนำพยานหลักฐานเหล่านั้นมาสืบ โดยอาจกำหนดวันนัดสืบพยานของแต่ละฝ่ายไว้ล่วงหน้าจนเสร็จคดี
ถ้าคู่ความได้นำพยานหลักฐานทั้งหมดหรือบางส่วนมาศาลและพร้อมที่จะสืบได้ในวันนัดพิจารณาให้ศาลดำเนินการสืบพยานไปทันที เว้นแต่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้คัดค้านเสียก่อนเริ่มต้นสืบพยาน ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานได้ในวันนั้นก็ให้ศาลกำหนดวันนัดสืบพยานต่อไป
ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานในวันนัดพิจารณาตามวรรคสี่ได้ ศาลแรงงานอาจให้คู่ความส่งบรรดาพยานหลักฐานทั้งหมดที่ประสงค์จะใช้เป็นพยานหลักฐานซึ่งอยู่ในความครอบครองของตน หรือขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพยานหลักฐานที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกส่งต่อศาลก่อนวันนัดสืบพยาน
** ข้อ ๑๐/๑   เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการสืบพยานศาลอาจนัดพร้อมคู่ความก่อนวันนัดสืบพยาน เพื่อให้คู่ความนำพยานหลักฐานที่ประสงค์จะอ้างเป็นพยานหลักฐานทีอยู่ในความครอบครองและสามารถนำมาศาลได้ไปพบนิติกรศาลแรงงาน ให้นิติกรศาลแรงงานตรวจรับพยานหลักฐานที่คู่ความนำมายื่น หรือที่อยู่ในความครอบครองนำส่งตามคำสั่งศาลและจัดเตรียมพยานหลักฐานดังกล่าวตามลำดับก่อนหลังที่คู่ความประสงค์จะสืบแล้วนำเสนอศาล เพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป
---------------------------------------------------
* ข้อ ๑๐ แก้ไขโดยข้อ ๖ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ (ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๗ ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง หน้า ๑๑ วนที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๓)
** ข้อ ๑๐/๑ เพิ่มเติมโดยข้อ ๗ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗ ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง หน้า ๑๓ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๓)

กลับด้านบน | หน้าถัดไป



การจ่ายค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง ค่าเช่าที่พัก ของพยาน ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญ
ข้อ ๑๑   ให้ศาลแรงงานกำหนดค่าป่วยการของพยานที่ศาลเรียกมาตามรายได้และฐานะของพยาน แต่ไม่ให้เกินวันละหนึ่งร้อยห้าสิบบาท กับค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของพยานที่เสียไปด้วยตามสมควร
ข้อ ๑๒   ให้ศาลแรงงานกำหนดค่าป่วยการของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่ศาลขอให้มาให้ความเห็นตามรายได้และฐานะของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ แต่ไม่ให้เกินวันละสองร้อยบาท กับค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่เสียไปด้วยตามสมควร
ข้อ ๑๓   ให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีจดแจ้งจำนวนค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พักของพยานหรือผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญตามข้อ ๑๑ หรือ ข้อ ๑๒ ลงในแบบพิมพ์ รง.๕ ท้ายข้อกำหนดนี้ แล้วมอบให้แก่บุคคลดังกล่าวนำไปขอรับเงินตามจำนวนที่ระบุจากจ่าศาลหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของศาล

แบบพิมพ์
ข้อ ๑๔   การมอบอำนาจให้สมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแทนตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๖ คู่ความจะใช้แบบพิมพ์ รง.๖ ท้ายข้อกำหนดนี้ก็ได้
ข้อ ๑๕   ในการยื่นหรือส่งคำคู่ความหรือเอกสารอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อกำหนดนี้ ศาลแรงงาน เจ้าพนักงานของศาลแรงงาน คู่ความ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจะต้องใช้แบบพิมพ์ที่กระทรวงยุติธรรมได้จัดไว้
สำหรับการยื่นอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ ให้ใช้แบบพิมพ์อุทธรณ์ แบบ ( ๓๒ ) และแบบพิมพ์ท้ายอุทธรณ์ แบบ ( ๓๓ ) ส่วนคำแก้อุทธรณ์ ให้ใช้แบบพิมพ์คำแก้อุทธรณ์ แบบ ( ๓๔ ) และแบบพิมพ์ท้ายคำแก้อุทธรณ์ แบบ ( ๓๕ )
ข้อ ๑๖   ให้ใช้ข้อกำหนดนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๓ เป็นต้นไป

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓

จำรัส เขมะจารุ
อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง





 

 

 

 

 

 
ข้อกำหนดศาลแรงงาน
ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 และโดยได้รับอนุมัติจากประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางออกข้อกำหนดว่าด้วยการแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีในศาลแรงงานไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในกรณีที่โจทก์หลายคนประสงค์จะฟ้องคดีหรือกำลังดำเนินคดีอยู่ในศาลแรงงาน เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเห็นมีความจำเป็นเนื่องจากโจทก์คนใดคนหนึ่งหรือผู้ที่เกี่ยวข้องร้องขอศาลอาจกำหนดให้ โจทก์เหล่านั้นแต่งตั้งโจทก์ด้วยกันคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนในการดำเนินคดีก็ได้
จำนวนผู้แทนโจทก์ในกานดำเนินคดี ในศาลกำหนดโดนฟังความเห็นของโจทก์เท่าที่มาศาลในวันนั้น ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับจำนวนผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีหรือกรณีที่จำนวนผู้แทนตามความเห็นของโจทก์ที่มาศาลมากเกินสมควร ให้ศาลพิจารณาชี้ขาดตามที่เห็นสมควร
ข้อ 2 วิธีการแต่ตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดี ให้ศาลจัดให้โจทก์ที่มาศาลในวันนั้นตกลงเลือกกันเองตามจำนวนที่ศาลกำหนดตามข้อ 1 ก่อน แล้วเสนอชื่อเพื่อศาลทราบและบันทึกรายชื่อไว้
ในกรณีที่โจทก์ไม่อาจตกลงเลือกกันเองได้ ศาลอาจกำหนดให้โจทก์ที่มาศาลในวันนั้นเลือกโดยการลงคะแนนเสียง หรือโดยวิธีอื่นตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้
ให้โจทก์ที่ได้รับเลือกตามวรรคหนึ่งและวรรคสองตามจำนวนที่ศาลกำหนดตาม ข้อ 1 เป็นผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีต่อไป
ข้อ 3 ในกรณีที่มีการยื่นคำฟ้องหรือมาแถลงข้อหาด้วยวาจา และมีบันทึกแสดงการแต่งตั้งมอบหมายให้โจทก์คนหนึ่งหรือหลายคนดำเนินคดีแทน โดยมีรายชื่อและลายมือชื่อโจทก์ทั้งหมดแนบหรือแสดงต่อศาล หาก ศาลเชื่อว่าเป็นบันทึกแสดงการแต่งตั้งมอบหมายที่แท้จริง ก็ให้ถือว่าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งตามบันทึกดังกล่าวเป็นผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดี
บันทึกแสดงการแต่งตั้งมอบหมายตามวรรคหนึ่ง จะใช้แบบพิมพ์ รง. 7 ท้ายข้อกำหนดนี้ก็ได้
ข้อ 4 ในกรณีที่โจทก์ทั้งหมดหรือเกินกึ่งหนึ่งของโจทก์ทั้งหมดได้มอบอำนาจให้สมาคมนายจ้าง หรือสหภาพแรงงานซึ่งโจทก์เหลานั้นเป็นสมาชิกหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 36 ดำเนินคดีแทนอยู่แล้ว ศาลจะไม่กำหนดให้แต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีของโจทก์ทุกคนในคดีนั้นด้วย
ข้อ 5 ผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีมีอำนาจดำเนินการแทนโจทก์ทุกคนตั้งแต่เริ่มคดีหรือตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งแล้วแต่กรณี และให้ถือการกระทำของผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีดังกล่าวผูกพันโจทก์ทุกคน
ข้อ 6 ในกรณีที่ผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีบางคนตายหรือถอนตัวโดนได้รับอนุญาตจากศาล สาลจะไม่จัดให้มีการแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีแทนผู้นั้นก็ได้
ข้อ 7 เมื่อได้กำหนดจำนวนและแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีแล้ว แม้ต่อมาจำนวนโจทก์จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ก็ไม่เป็นเหตุให้ผู้ใดร้องขอให้กำหนดจำนวนและแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีอีก เว้นแต่จะมีพฤติการณ์พิเศษและให้อยู่ในดุจพินิจของศาลที่จะพิจารณาเป็นรายๆไป
ข้อ 8 ให้ใช้ข้อกำหนดนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2523 เป็นต้นไป


ให้ไว้ ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2523
 ( ลงชื่อ )  จำรัส เขมะจารุ
( นาย จำรัส เขมะจารุ )
อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 97 ตอนที่ 52 วันที่ 3 เมษายน 2523




404 ถ.พระราม 4  แขวงมหาพฤฒาราม  เขตบางรัก  กรุงเทพฯ 10500
Tel : 0 2235 1500 - 8   Fax: 0 2235 2471   E-mail: Lbc@judiciary.go.th