|
ศ า ล แ ร ง ง า น ก ล า ง
|
|
|
|
| |
นิติกร ช่วยเหลือ - แนะนำท่านได้ ในเรื่องต่อไปนี้
1. ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน
2. การทำคำฟ้อง คำร้อง
3. การทำคำให้การ
4. การทำคำร้อง, คำขอ. คำแถลงต่างๆ เช่น บัญชีระบุพยาน
ขอหมายเรียกพยานบุคคล ขอคำสั่งเรียกพยานเอกสาร
และขอรับเงินและเอกสารจากศาล
5. ขอให้ศาลออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษา
ขอหมายบังคับคดี
ข้อความประชาสัมพันธ์
- สิทธิของโจทก์ที่จะได้เงินตามคำฟ้องหรือไม่
จะชนะคดีหรือไม่
เป็นไปตามข้อเท็จจริงในคดี และสิทธิที่มีอยู่ตามกฎหมาย
นิติกรเป็นผู้ให้คำปรึกษา และทำคำฟ้องตามความประสงค์ของโจทก็เท่านั้น
ไม่อาจให้คำตอบดังกล่าวได้
กลับข้างบน
|
|
|
 |
 |
| |
คำแนะนำสำหรับผู้ได้รับหมายเรียกเป็นพยาน
|
การมาศาลของคู่ความ
1. เมื่อศาลแรงงานสั่งรับคำฟ้องหรือคำร้องแล้ว ศาลก็จะสั่งนัดพิจารณาให้คู่ความมาศาลในวันนัดพิจารณา คู่ความอาจมาศาลด้วยตนเองก็ได้ หรืออาจมอบอำนาจให้ผู้หนึ่งผู้ใดหรือแต่งตั้งทนายความให้มาศาลแทนก็ได้
- ถ้าโจทก์หรือผู้ร้องไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา ศาลแรงงานจะสั่งจำหน่ายคดี
-
- ถ้าจำเลยไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา ศาลแรงงานจะมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด
2. ถ้าศาลแรงงานเห็นว่าหากคู่ความมาศาลด้วยตนเอง จะทำให้เกิดความตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันได้หรือมีลู่ทางที่จะตกลงกันได้
ศาลแรงงานจะสั่งให้คู่ความมาศาลด้วยตนเอง โดยออกคำสั่งเรียกตัวความให้มาศาล
คู่ความที่ขัดขืนไม่มาศาลตามคำสั่งเรียก เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31(5) ให้ออกหมายเรียกคู่ความฝ่ายนั้นให้มาศาล
เพื่อสอบข้อเท็จจริงวาคู่ความฝ่ายนั้นจงใจขัดขืนโดยไม่มีเหตุอันควร ให้พิจารณาลงโทษคู่ความฝ่ายนั้นฐานละเมิดอำนาจศาล ตาม ป.วิ.พ มาตรา 33 ต่อไป
หากออกหมายเรียกแล้ว คู่ความฝ่ายนั้นยังไม่มาศาล ก็ให้พิจารณาออกหมายจับให้ได้ตัวมาสอบข้อเท็จจริง
และพิจารณาลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลต่อไป
กลับข้างบน
|
|
|
 |
 |
|
| |
คำแนะนำผู้ได้รับหมายเรียกเป็นพยาน
|
คำแนะนำผู้ได้รับหมายเรียกเป็นพยาน
1. ตรวจหมายเสียก่อน
- - เมื่อได้รับหมายเรียกเป็นพยาน ควรตรวจดูรายละเอียดในหมายว่าหมายเรียกถึงใคร
ศาลใดออกหมาย ศาลนั้นอยู่ที่ไหน จะได้ไปไม่ผิดศาลและไม่เสียเวลา
- - ตรวจดูในหมายเรียกว่า ศาลนัดให้ไปเบิกความเป็นพยานในวัน
เดือน ปี เวลาใด
2. ไปศาลตามวันเวลานัด
- ต้องไปศาลตรงตามวันเวลานัด เมื่อไปถึงศาลแล้วควรติดต่อเจ้าหน้าที่ศาล
3. หากไปศาลไม่ได้ควรทำอย่างไร
- แจ้งเป็นหนังสือหรือพบประชาสัมพันธ์ศาลหรืออาจมอบฉันทะให้ผู้อื่นไปแจ้งให้ศาลทราบถึงเหตุผลความจำเป็นก็ได้
มิฉะนั้นศาลอาจจะออกหมายจับพยานมาเบิกความ
4. พยานจะต้องปฏิญาณหรือสาบานตน
- เจ้าหน้าที่ศาลเป็นผู้เรียกและนำพยานไปยังสถานที่สำหรับพยานเบิกความ
ก่อนเบิกความพยานต้องปฏิญาณหรือสาบานตนตามลัทธิศาสนาของตน
เว้นแต่
- - บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี หรือผู้หย่อนความรู้สึกผิดและชอบ
- - ภิกษุสามเณรในพุทธศาสนา
- - บุคคลที่คู่ความทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าไม่ต้องให้สาบาน
5. การถามพยาน
- ในการสืบพยานของศาลแรงงาน ไม่วาจะเป็นพยานที่คู่ความฝ่ายใดอ้าง
หรือที่ศาลแรงงานเรียกมาเอง ให้ศาลแรงงานเป็นผู้ซักถามพยาน
ตัวความหรือทนายความจะซักถามพยานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน
6. พยานเบิกความเสร็จ
- เมื่อเบิกความเสร็จ พยานจะต้องลงลายมือชื่อไว้ในคำพยานที่ศาลบันทึกหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ
7. ค่าพาหนะ,ค่าป่วยการและค่าเช่าที่พักพยาน
- ในกรณีที่คู่ความขอให้ศาลแรงงานออกหมายเรียกพยานบุคคลมาเบิกความต่อศาล
เมื่อพยานมาศาลแล้ว ศาลแรงงานจะจ่ายค่าป่วยการ
ค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักให้แก่พยานนั้นตามอัตราที่ระบุไว้ในข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน
ศาลแรงงานจะไม่สั่งให้คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานนั้นจ่ายเงินดังกล่าว
- ในกรณีที่ศาลแรงงานหรือศาลฎีกาขอให้ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นต่อศาลแรงงาน
ศาลแรงงานจะจ่ายค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง
และค่าเช่าที่พักตามอัตราที่ระบุไว้ในข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน
8. การเบิกความเท็จ
- พยานผู้เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล
ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 177 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน
10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ถ้าเป็นการเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญา
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน
14,000 บาท
-
กลับข้างบน
|
|
|
 |
 |
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
บันทึกการแต่งตั้ง
ผู้แทนโจทก์
|
|
|
|
|
 |
 |
|